รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด

เริ่มโดย pramotepra222, ม.ค. 23, 2020, 01:23 PM

« หน้าที่แล้ว - ต่อไป »

pramotepra222


รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด
นอกจากเครื่องจักรรวมทั้งชุดเกียร์ที่ชูมาจาก MG GS แล้วทั้งหมดทุกอย่างใน MG HS 1.5 Turbo นั้นยกเครื่องมาให้ทั้งหมดทั้งปวง รวมทั้งอย่ามีความคิดว่าเครื่องเกียร์เดียวกันมันจะเหมือนกันนะ
[br]พวกเราพึ่งก้าวลงจาก MG HS ที่ขับพาไปส่งจุดมุ่งหมายในบริเวณคลองสานหลังใช้เวลาด้วยกันมาราววันครึ่งสองวัน สรุปสั้นๆมันอาจไม่ใช่รถที่ดีเยี่ยมที่สุด เลิศที่สุด คุ้มคุ้มคุ้มราคาที่สุดในมุมมองของหลายท่าน แต่ว่าเชื่อเถอะว่ามันทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดจำนวนมากอย่างยิ่งจริงๆ[br][br]คุณมีความคิดว่าตนเองมุ่งหวังอะไรกับการซื้อรถยนต์เอสแสงอัลตราไวโอเลตหรือรถยนต์นั่งเอนกประสงค์หนึ่งคันในราคาล้านนิดๆสมรรถนะการขับขี่ ความนิ่มนวลของช่วงล่าง เทคโนโลยีล้ำสมัย นั่งสบาย กว้างขวาง ระบบการช่วยเหลือแน่นๆMG HS เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีฟังก์ชั่นเหล่านี้ครบทั้งหมดทั้งปวง[br]ออกแบบภายนอกของตัวรถอาจเอกลักษณ์การออกแบบของ MG แม้กระนั้นที่พรีเมี่ยมขึ้นเป็นระบบไฟ แอลอีดี เต็มต้นแบบยังมากับไฟเลี้ยวแบบ Sequential กระเต็มหน้าเขาบอกว่าเป็นออกแบบที่เหมือนโลโก้อยู่ท่ามกลางดวงดาว ล้อมด้วยพรอบวัวรเมี่ยม[br][br]เสาอากาศแบบครีบฉลาม มีสปอยเลอร์หลังในตัวท็อป แม้กระนั้นถ้าเกิดจะให้หรูเปลี่ยนสปอยเลอร์หลังแต่ว่า หรือแปลงมันอีกทั้งชุดเลยอีกทั้งกรอบวัวรเมี่ยม กันชนหน้าหลังสีดำแบบคันที่เราได้ขับในครั้งนี้บอกเลยว่าสวย[br][br]ด้านในตัวท็อปจะเป็นเบาะแบบ Bucket Seat เด่นไม่มีใครเหมือน ส่วนตัวเราที่เป็นเพศชายหุ่นมาตรฐานก็นั่งสบายดี รับแขน รับหัว ขับก็สนุก ตอนนั่งหลับก็สบาย ส่วนเบาะต่อมาเท่าที่นั่งประมาณหนึ่งนับว่าดีและก็มีการปรับระยะเอนได้[br][br]ด้านในห้องโดยสารจัดว่ากว้างและยิ่งมองกว้างมากยิ่งขึ้นด้วยพาโนรามิคซันรูฟปรับไฟฟ้าพร้อมที่บังแดด ปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆที่จำเป็นจะต้องมีให้ใช้ครบครัน แต่หลายๆปุ่มแย่างการควบคุมระบบปรับอากาศก็ถูกย้ายไปอยู่ในจอกลางขนาด 10 นิ้วสถานที่ทำงานได้เยี่ยมที่สุดเสมือนแท็ปเล็ตแพงๆดีๆเครื่องหนึ่งเลย[br][br]เครื่องจักรแบบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร รองรับ E85 ขับกับชุดเกียร์ Twin Clutch Sportronic Transmission 7 สปีด หรือเราบางทีก็อาจจะคุ้นกว่าถ้าเกิดเรียกว่า Dual Clutch Transmission หรือ DCT ซึ่งทั้งสองชูมาจาก MG GS[br][br]อย่าเพิ่งสะดุ้งที่พวกเราบอกว่ายกมาจาก MG GS เนื่องจากเครื่องจักรกลและเกียร์ชุดดีมีการปรับจูนใหม่ทั้งปวง ลืมภาพและความรู้สึกที่น่าอารมณ์เสีย ขัดใจใน MG GS ทิ้งไปได้เลย เนื่องจากว่าเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว MG HS ถือว่าดีเยี่ยมมากมาย ตลอดการใช้งานไม่พบการเปลี่ยนเกียร์ ฟึดฟัด ฮึดฮัด ให้หงุดหงิด รำคาญ แม้จะเป็นตอนใช้งานในเมืองที่รถติด[br][br]เครื่องยนต์กลไกและเกียร์ตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับในการเดินทางในทริปนี่พวกเราออกมาจากกรุงเทพมุ่งหน้าเขาใหญ่ จังหวะไหนที่ต้องการจะแซงก็เหลือๆสบายๆอาการเกียร์ทึ่มกระทั่งน่าหงุดหงิดดวงใจไม่มีให้เห็น ถ้าเทียบกับ MG GS แล้ว MG HS นับว่าเฉลี่ยวฉลาดขึ้นมาก[br]การทำงานของเครื่องยนต์ เกียร์ คันเร่ง ตอบสนองตามโหมดการขับขี่ทั้งหมดทั้งปวง 4 โหมดเช่น Eco, Normal, Sport หรือจะใช้โหมด Custom ที่ปรับการตอบสนองต่างๆอีกทั้งเครื่องยนต์ พวงดอกไม้และอื่นๆได้ตามใจ แล้วก็ยังมีปุ่มมหัศจรรย์อย่าง Super Sport ที่ให้การสนองตอบแบบตื่นเต้นที่สุด[br][br]แม้เอาโหมดมาตรฐานหรือ Normal เป็นที่ตั้งแล้ว ทางวิศวกรพูดว่าโหมด Sport จะมีรอบที่ตึงกว่าราว 50 รอบต่อนาทีแต่ว่าจะทำให้คนขับขี่ใช้ Paddle Shift ได้ ในเวลาที่โหมด Super Sport จะมีรอบที่สูงกว่าโหมดมาตรฐานราว 400 รอบต่อนาที มีการคารอบค้างเกียร์เอาไว้ให้พร้อมใช้งานมากกว่าในโหมด Sport[br][br]ความรู้สึกที่แน่ชัดเลยคือในโหมด Eco และก็ Normal นั้นจะให้การตอบสนองต่อคันเร่งที่นุ่มนวล อาจจะต้องรอนิดหน่อยแม้กระนั้นสักพักก็จะรีบแซงด้วยแรงแบบมากเกิน ส่วนในโหมด Sport แล้วก็ Super Sport จะกดคันเร่งแล้วพุ่งทันใจ ในจังหวะที่การจราจรช้าๆแล้วแตะะๆปล่อยๆก็จะรู้สึกถึงอาการตัวโยกตามก่อนแตะต้องปล่อยคันเร่ง ฮึดฮัดๆพร้อมพุ่งตลอดระยะเวลา[br][br]ถ้าเกิดมีคนไหนกันแน่บอกคุณว่า MG HS กับ Chevrolet Captiva บ้านพวกเรานั้นแบบเดียวกัน เครื่องเดียวกัน เกียร์เดียวกัน กลุ่ม MG รับรองว่าไม่ใช่ แล้วก็ผู้ที่ได้ขับทั้งคู่คันรวมทั้งพูดว่าคนละเรื่อง[br][br]สรุปว่าเรื่องเครื่องยนต์รวมทั้งเกียร์ สุขใจ หายห่วง ทั้งความฉลาดของเกียร์รวมทั้งการตอบสนองรวมทั้งพละกำลังของเครื่องจักรกล ยิ่งถ้าคุณชอบฟีลลิ่งของรถยนต์มีเกียร์เจ้านี่คงจะตอบโจทย์[br][br]ส่วนโหมดที่พวกเราถูกใจสูงที่สุดสำหรับในการเดินทางแบบล่องไปเรื่อยๆเป็นโหมด Eco ที่ให้การสนองตอบที่นุ่มนวลของคันเร่ง ถ้าเกิดจะเเซงขาดๆก็กด Super Sport เปลี่ยนแปลงเรือนไมล์เป็นสีแดง เพื่อเร่งแซงและกดอีกรอบกลับมา Eco ที่สำคัญเป็นเราคิดว่าโหมด Eco นั้นดูจะสอดรับกับการใช้งานของระบบช่วยเหลือต่างๆได้เนียนที่สุดอีกด้วย[br][br]ต่อมาที่อีกหนึ่งส่วนสำคัญคือตอนล่าง New MG HS นั้นตอนล่างจูนอัพตามแบบ Euro Tuning Suspension โดยใช้ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut ด้านหลังแบบ Multi-Link[br][br]ในย่านความเร็วต่ำตอนล่างจัดว่าเฟิร์ม นุ่มนวล ดูดซึมแรงชนก้าวหน้า แม้ว่าจะมีกระแทกหลุมชนเนินหนักๆบ้างก็ยังจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเพราะว่าขั้นต่ำพี่ที่นั่งมาด้วยก็ไม่บ่น ว่ามันกระแทก โยกเยก โคลงเคลงอะไร[br][br]แม้กระนั้นถ้าหากขับด้วยความเร็วประมาณหนึ่งก็จะมีแรงสะท้อนจากถนนอยู่บ้าง อย่างมองเห็นบนทางหลวงลำดับที่ 2 ที่รถบรรทุกใช้งานกันหนาแน่น ถนนพังเละ ปะ พุ หลายจุดจะรู้สึกถึงแรงสะท้อนได้เยอะ หรือในช่วงทำความเร็วอย่างบนทางด่วน ช่วงรอยต่อระหว่างแผ่นถนนหนทางจะผู้ขับขี่รู้สึกได้ถึงการกระกระเด้งเล็กๆ[br][br]ช่วงล่างที่เฟิร์มทำให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ แม้กระนั้นพวงมาลัยที่ค่อย ควบคุมง่าย หมุนสบาย คุณผู้หญิงก็ควงเพลินในเขตความเร็วต่ำ-กึ่งกลาง นั้น พอเพียงในบริเวณความเร็วสูงหรือในโหมดสปอร์ตที่มีการปรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามใจเราก็ยังรู้สึกว่าค่อยไป[br][br]นอกจากเรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่พี่ๆสื่อมวลชนที่ร่วมทดสอบต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "ดียิ่งกว่าที่คิดเอาไว้" แล้ว จอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้วยังเป็นอะไรที่พวกเราซาบซึ้งใจสุดๆในเรื่องคุณประโยชน์ใช้สอย[br][br]นี่คือจอสัมผัสที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ MG เคยมีมาและก็ดีเยี่ยมระดับแถวหน้าของวงการหน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสของรถยนต์ ระบบสัมผัสดีเยี่ยมระดับแท็ปเล็ตดีๆเครื่องหนึ่ง เพียงถูกล็อคฟังก์ชั่นการใช้งานเอาไว้ด้วยระบบของ MG[br][br]ระบบนำทางเป็นของ TomTom ที่บอกทางได้ดิบได้ดี ถูกต้องแม่นยำ ไม่มีเหวอ ไม่มีงงงัน แล้วก็บอกสภาพการจราจรแบบ Real Time พร้อมด้วย True Music คลังเพลงนับล้านเพียงแค่กดหน้าจอ การเปิดปิดระบบรวมทั้งการแจ้งเตือนต่างๆก็ การปรับต้นแบบไฟในห้องโดยสาร อยู่ในจอนี้ทั้งผองรวมทั้งระบบปรับอากาศ[br][br]จอนี้ยังแสดงผลลัพธ์รอบข้างรถแบบ 360 องศา รวมถึงกล้องถ่ายรูปที่ทางด้านซ้ายรวมทั้งขวาในความเร็วต่ำ การแสดงภาพตัวรถยนต์แบบ 3 มิติเพื่อช่วยตรวจสภาพรอบๆของตัวรถยนต์ ทั้งหมดทั้งปวงเลือกกดบนหน้าจอได้เลย[br][br]ในรุ่นท็อปอย่าง MG HS X นั้นนอกจากพาโนรามิคซันรูฟและก็เบาะนั่งแล้ว ยังมีระบบที่เพิ่มเข้ามาช่วยทั้งยัง Adaptive Cruise Control, Lane Keep Assist และก็อื่นๆอีกเพียบ[br][br]นอกจากเรื่องความสามารถเรื่องของระบบช่วยเหลือถือเป็นอีกประเด็นที่ดีมากกว่าที่เราคาดเอาไว้ การทดงานของ ACC เมื่ออยู่กับโหมดการขับขี่แบบ Eco จะนุ่มนวลลื่นไหลสุดๆทำงานได้ตั้งแต่ความเร็วเริ่ม ออกสตาร์ท จนกระทั่งหยุดสนิทและก็เมื่อรถยนต์คันหน้าหยุดพวกเราก็หยุด ถ้าหากเกินตอนที่ระบุระบบจะเตือนให้เราเหยียบคันเร่งน้อยเมื่อรถคันหน้าออกสตาร์ทเพื่อ Activate ระบบอีกครั้ง[br][br]แต่ในจุดเด่นก็มีข้อเสียหากแม้ระบบควบคุมอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ จะใช้งานในเมือง ตอนรถติด จราจรไหลๆได้ แต่ว่าเพียงพอคันหน้าหยุด ตัวรถจะเบรกค่อนข้างจะรุนแรงไปสักนิดสักหน่อย ถ้าขับผู้เดียวบางทีอาจพอเพียงทนได้ แต่ผู้โดยสารมาน่าจะรำคาญและมึนหัวอยู่[br][br]ส่วนผู้ใดกันที่ต้องการรู้เนื้อหาว่าระบบความปลอดภัยรวมทั้งช่วยเหลืออะไรเพิ่มเข้ามาบ้างนอกจาก 14 ระบบความปลอดภัยเบื้องต้น ก็ราวๆนี้นะครับ[br]• ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)[br]• ระบบช่วยเตือนเมื่ออยากแปลงเลน LCA (Lane Change Assist)[br]• ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)[br]• ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)[br][br]Advanced Driver Assistance Systems (ADAS)[br][br]• ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)[br]• ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับรถ FCW (Forward Collision Warning)[br]• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบเปลี่ยนแปลง ACC (Adaptive Cruise Control)[br]• ระบบช่วยเตือนเมื่อรถยนต์ออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)[br]• ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถยนต์จะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)[br]• ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)[br]• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)[br][br]สำหรับท่านที่กังวลใจเรื่องเสียงในห้องโดยสาร MG HS ถือเป็นรถอีกรุ่นที่เก็บเสียงในห้องโดยสารก้าวหน้า ที่ความเร็วราว 120 กม./ชั่วโมง นั้นไม่มีลมตีโวยวาย ใครกันแน่ที่ชินกับปุ่ม Cruise Control บนพวงดอกไม้แบบรถญี่ปุ่น จำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัวกับการใช้แรงงานที่ก้านแบบรถยนต์ยุโรปเล็กน้อย แต่แป๊ปเดียวก็คล่อง[br][br]รถคันที่เราได้ขับนั้นจะเป็นคันที่มาพร้อมชุดแต่งโครเมี่ยมสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำ รวมทั้งภายนอกอีกหลายจุด ที่พวกเราคิดว่าสวยกว่าของเดิมที่เป็นโครเมี่ยมมากมาย ราคาอย่างคร่าวๆของอีกทั้งเซ็โคนยู่ที่ไม่เกิน 1.8 - 2 หมื่นบาท[br][br]ส่วนผู้ที่ซื้อรุ่นรองท็อปและตัวด้านล่างนั้น เพิ่มฟังก์ชั่นฝาท้ายกระแสไฟฟ้าและก็เซนเซอร์เพื่อเตะแล้วเปิดฝาท้ายอัตโนมัติได้ในราคาราวๆ 1.8 หมื่นบาท ส่วนรุ่นท็อปที่เปิดประตูกระแสไฟฟ้าอยู่แล้วนั้น ซื้อฟังก์ชั่นเซนเซอร์เตะเพื่อเปิดมิได้[br][br]สำหรับโปรโมชั่น 1,000 คันแรก รับการลดราคา 34,000 บาท สำหรับการซื้อชุดวัสดุอุปกรณ์ตกแต่ง หรือนำไปเป็นส่วนลดของราคาจำหน่ายรถได้ในทันที พร้อมการรับรองคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร ในเวลานี้ทะลุไปนานแล้ว แต่ยังไงใช้โปรฯ นี้ได้ในงาน Motor Expo 2019
[br][br]ราคา MG HS[br][br]New MG HS รุ่น C ราคา 919,000 บาท[br]New MG HS รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท[br]New MG HS รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : mg hs 1.5 turbo

Tags : รีวิว mg hs,mg hs 1.5 turbo,New MG HS